เงินนอกระบบ เรื่องที่ต้องรู้

เงินนอกระบบ เรื่องที่ต้องรู้

เงินนอกระบบ ไม่ได้หมายถึงเรื่องของหนี้นอกระบบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  แต่ยังรวมไปถึงในเรื่องของแชร์ลูกโซ่ การระดมทุน หรือการใช้เงินในการนำไปลงทุนในการทำธุรกิจที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมกำกับดูแลของทางราชการ  ที่ต้องบอกว่าถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่มิจฉาชีพมักจะแฝงตัวเข้าไปหลอกเงินจากความต้องการใช้เงินของใครหลายๆคน และในวันนี้เราก็มีความรู้เกี่ยวกับกลโกงของเงินกู้นอกระบบมาฝากกัน

เงินนอกระบบ

เงินนอกระบบ ได้จริง

โดยลักษณะของกลโกงการเงินนอกระบบ  ส่วนใหญ่แล้วนั้นการกู้เงินนอกระบบจะเป็นการกู้โดยตรง  ซึ่งคนที่ปล่อยให้กู้นั้นมักจะไม่ใช่สถาบันการเงินที่อยู่ในระบบที่อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐ  จึงทำให้ส่วนมากของเบี้ยของเงินกู้นอกระบบจะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าที่สถาบันการเงินกำหนด  โดยลักษณะของการโฆษณาก็คือ จะบอกตัวเลขดอกเบี้ยหรือเงินคืนน้อย  เพื่อที่จะสร้างแรงดึงดูดผู้กู้  นอกจากนี้แล้วผู้ที่ปล่อยกู้บางรายยังมีการบังคับให้ลูกหนี้เซ็นสัญญาเงินกู้ที่ไม่ได้กรอกรายละเอียดหรือข้อความที่มีการระบุจำนวนเงินกู้  ยกตัวอย่างเช่น  กู้ 20,000 บาท แต่ทางผู้ปล่อยกู้อาจจะทำการกรอกตัวเลขสูงถึง 50,000 บาท  เป็นต้น  แต่นี้ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวที่สุด เรื่องที่น่ากลัวที่สุดนั้นก็คือ การติดตามทวงหนี้ด้วยวิธีที่โหดร้ายหรือผิดกฎหมาย ยกตัวอย่างเช่น ขู่กรรโชก ประจาน หรือแม้กระทั่งการทำร้ายร่างกาย  ส่วนวิธีการข้อสังเกตของเงินกู้นอกระบบ  คือ จำนวนเงินที่จ่ายคืนหรือดอกเบี้ยที่นายทุนเงินกู้ทำการแจ้งให้กับเรานั้นมักจะเป็นจำนวนจ่ายคืนหรือดอกเบี้ยต่อวันเท่านั้น  ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะทำให้คนกู้รู้สึกว่าเป็นจำนวนเงินน้อย แต่เมื่อคำนวณเงินที่ต้องทำการจ่ายออกมามาแล้วแล้วทำการเทียบกับเงินต้นแล้วจะพบว่าดอกเบี้ยที่ผู้ที่ปล่อยกู้หรือนายทุนเงินกู้เรียกเก็บ จะสูงกว่าสถาบันการเงินที่มีทางการกำกับดูแลมาก

เงินนอกระบบ ได้จริง

อีกหนึ่งอย่างของลักษณะการโกงของเงินกู้นอกระบบ นั้นก็คือ สัญญาอำพรางเงินกู้  ลักษณะนี้จะเป็นการกู้เงินที่ผู้ปล่อยกู้จะให้ผู้กู้ใช้บัตรผ่อนสินค้าหรือบัตรเครดิตทำการซื้อสินค้าที่มีมูลค่าที่สูงกว่าวงเงินที่กู้  ยกตัวอย่างเช่น  ต้องการกู้เงิน 20,000 แต่ทางผู้ที่ปล่อยกู้จะให้ซื้อสินค้ามูลค่า 26,000 บาท  ซึ่งเมื่อได้สินค้านายทุนเงินกู้จะให้ผู้กู้นั้นนำสินค้ามาแลกกับเงินกู้ทั้งหมด 20,000 บาท แล้วผู้กู้เองจะต้องทำการรับผิดชอบชำระค่าสินค้ากับบริษัทบัตรผ่อนสินค้าทั้งหมดพร้อมกับดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมต่างๆที่เกิดขึ้น   จะเห็นได้ว่าการกู้ในลักษณะนี้นายทุนเงินกู้หรือผู้ที่ปล่อยกู้ไม่ต้องรับในเรื่องของความเสี่ยงในการปล่อยกู้เงินแต่อย่างใด เพราะทันทีที่มีการจ่ายเงินให้กับผู้กู้ไปแล้ว นายทุนเงินกู้จะได้รับในส่วนของสินค้าที่มีมูลค่าสูงกว่าเงินกู้ที่ปล่อยไปให้กับผู้กู้

Copyright © 2018. All rights reserved.